ตัวแทนไทยประกันชีวิต หรือที่ปรึกษาประกันชีวิต คือ ผู้ทำหน้าที่ ให้คำแนะนำ ด้านการสร้างหลักประกันคุ้มครองความเสี่ยงต่างๆ ในชีวิตแก่ลูกค้า รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาแนะนำ วางแผนการออมสวัสดิการและการลดหย่อนภาษีอย่างเหมาะสมตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการและส่งเสริมประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และสำนักงานคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์โดยกำหนดว่าผู้ขายสินค้าต้องมีคุณสมบัติ ตามที่ คปภ. กำหนด

เขียนโดย FSEG Wealh Consultant Web-admin | อัพเดตล่าสุด MMM DD, 2026
 

ตัวแทน ไทยประกันชีวิต

รับสมัคร ตัวแทนไทยประกันชีวิต ตัวแทนคุณภาพจากไทยประกันชีวิต

 
       ตัวแทนไทยประกันชีวิต คือ ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจาก บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  ให้ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแล ผู้แนะนำและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าของไทยประกันชีวิต รวมถึงการบริการและการช่วยเหลือหลังการขาย อีกทั้งเป็น สื่อกลางในการให้ข้อมูลหลังการขาย ขั้นตอนการเคลม หรือการบริการต่างๆของบริษัทไทยประกันชีวิต
       ตัวแทนไทยประกันชีวิต หรือที่ปรึกษาประกันชีวิต คือ ผู้ทำหน้าที่ ให้คำแนะนำ ด้านการสร้างหลักประกันคุ้มครองความเสี่ยงต่างๆ ในชีวิตแก่ลูกค้า รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาแนะนำ วางแผนการออมสวัสดิการและการลดหย่อนภาษีอย่างเหมาะสมตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการและส่งเสริมประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และสำนักงานคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์โดยกำหนดว่าผู้ขายสินค้าต้องมีคุณสมบัติ ตามที่ คปภ. กำหนด
 
สารบัญบทความ
คุณสมบัติของตัวแทนไทยประกันชีวิต
เอกสารที่ต้องใช้ในการสมัครสอบกับ คปภ.
ช่องทางและสถานที่สมัครสอบ
การสมัครโครงการอบรมขอรับและสอบใบอนุญาตเป็นตัวแทนฯ
ข้อห้ามด้านคุณสมบัติที่ไม่สามารถเป็นตัวแทนไทยประกันชีวิต
ตัวแทนไทยประกันชีวิต กับ นายหน้าประกันชีวิตแตกต่างกันอย่างไร
 

คุณสมบัติของตัวแทนประกันชีวิต 

  1. บรรลุนิติภาวะ : อายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
  2. มีภูมิลำเนาในไทย : มีหลักแหล่งที่พักอาศัยชัดเจนในประเทศไทย
  3. สถานภาพทางการเงิน : ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
  4. ประวัติทางกฎหมาย : ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริต (เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี)
  5. สุขภาพจิต : ไม่เป็นคนวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
  6. การสอบ : ต้องผ่านการสอบความรู้เพื่อขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตจากสำนักงาน คปภ.
 

เอกสารที่ต้องใช้ในการสมัครสอบกับ คปภ.

  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน: จำนวน 1 ฉบับ (ต้องยังไม่หมดอายุ และเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องด้วยหมึกสีน้ำเงิน)
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน: จำนวน 1 ฉบับ (พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง)
  3. รูปถ่ายหน้าตรง: ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป (ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน แนะนำให้ผู้สมัครสวมสูทหรือแต่งกายสุภาพเพื่อภาพลักษณ์ที่ดูเป็นมืออาชีพ)
  4. ใบสมัครสอบของสมาคมฯ: กรอกข้อมูลประวัติให้ครบถ้วนและชัดเจน
  5. ค่าธรรมเนียมการสอบ: 200 บาทต่อรอบการสอบ
 

ช่องทางและสถานที่สมัครสอบ

  1. สมัครผ่านสมาคมประกันชีวิตไทย 
  2. สมัครผ่าน ทีมงาน FSEG Wealth Consultant
 

1. การสมัครโครงการอบรมขอรับและสอบใบอนุญาตเป็นตัวแทนฯ ผ่านสมคมประกันชีวิตไทย

ขั้นตอนการสมัครฯ
     -    สมัครสอบใบอนุญาตเป็นตัวแทนฯ ที่ website สมาคมประกันชีวิตไทย (www.tlaa.org)
“หลักสูตรการขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิต (อบรม 6 ชั่วโมง) และการสอบ 2 ชั่วโมง”
     -    เข้าไปที่ อบรมใบอนุญาต/ขอรับนายหน้าประกัน/จองคิวสอบ กดสมัครโครงการอบรมขอรับและสอบใบอนุญาตเป็นตัวแทนฯ เพื่อสมัคร
     -    เมื่อยืนยันการสมัคร และ/หรือ ชำระเงินเรียบร้อยแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้และขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทุกกรณี
ยกเว้นสมาคมเป็นผู้แจ้งยกเลิก ด้วยเหตุผลจําเป็นบางประการ
     -    กรณีที่นั่งรับสมัครว่าง จากการไม่ชำระเงินภายในวันและเวลาที่กำหนด ผู้สมัครสามารถตรวจสอบที่นั่งรับสมัครได้ทุกวัน จนกว่าที่การรับสมัครจะเต็มหรือจนกว่าจะปิดการรับสมัคร
     -    สถานที่อบรม ห้อง 701 ชั้น 7 อาคารสมาคมประกันชีวิตไทย 36/1 ซอยสะพานคู่ ถนนพระราม ที่4 เขตสาทร แขวงทุ่งมหาเมฆ กรุงเทพฯ

การชำระเงินการสมัครฯ
     -    ผู้สมัครต้องชำระเงินค่าสมัครภายในเวลา 22.59 น. นับจากวันที่ได้รับยืนยันการสมัครและหากไม่ชำระเงินภายในวันและเวลาดังกล่าวใบสมัครจะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ
     -    ห้าม ชำระค่าสมัครเกินวันและเวลาที่กำหนด หากชำระเกินกำหนด สมาคมฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินแก่ผู้สมัครไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
     -    ส่วนกลาง ค่าธรรมเนียมในการสมัคร 1,000 บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน) (* รอบสอบตั้งแต่ ก.ค 2569 ค่าธรรมเนียมในการสมัคร ปรับเป็น 1,200 บาท *)
     -    ส่วนภูมิภาค ค่าธรรมเนียมในการสมัคร 1,500 บาท (หนึ่งพันห้าร้อยบาทถ้วน)
     -    (ชำระเงิน ค่าสมัคร สแกนผ่าน QR Code หรือชำระเงิน สแกนผ่าน Bar Code เท่านั้น)

 

2. สมัครผ่าน ทีมงาน FSEG Wealth Consultant

การสมัครผ่านต้นสังกัด ของตัวแทนไทยประกันชีวิต หรือสมัครผ่าน ทีมงาน FSEG Wealth Consultant  
  • สำหรับผู้ที่ต้องการสมัครสอบและอบรม พร้อมกันที่ ไทยประกันชีวิต สาขาบางนา สามารถแจ้งชื่อผ่าน ทีมงาน FSEG Wealth Consultant  เราได้เลย ทางทีมงานละลงทะเบี้นผ่าน Line พร้อม ส่งข้อมูลการชำระเบี้นประกัน 1,800 บาท 
  • สำหรับผู้ที่ต้องการ อบรม ฟรี และไปสอบเองที่สมาคม สามารถสมัครผ่าน TL SAMRT ได้ ผ่านช่องทางการอบรมของ AL4U ลงทะเบียน เลือกรอบอบรมและอบรม ตามวันเวลาที่ระบบกำหนด ซึ่งการอบรมใบอนุญาตตัวแทน จะใช้เวลา ตามข้อกำหนดคือ 6 ชั่วโมงของการเรียนรู้ แต่เวลาในการอบรมซึ่ง รวมทั้งหมด ทั้งช่วงการทดสอบการทดสอบเรียน ก่อนหลังการเรียน จะใช้เวลาประมาณ 8-12 ชั่วโมง โดยผู้เรียนสามารถสะสมชั่วโมงการเรียนได้อย่างอิสระโดยไม่จำเป็นต้องจบในครั้งเดี่ยว ให้เรียน จบตามเวลาที่เหมาะสมของแต่ละคนเท่านั้น เมื่อเรียนจบจะได้วุฒิบัตรจากระบบ สามารถนำมาแนบยื่นขอรับใบอนุญาตกับทางสมาคมได้ 

ข้อห้ามด้านคุณสมบัติที่ไม่สามารถเป็นตัวแทนไทยประกันชีวิต

  • ต้องไม่เป็นนายหน้าประกันชีวิตในขณะเดียวกัน, 
  • ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตเป็นตัวแทนหรือนายหน้าในระยะเวลา 5 ปีก่อนวันขอ, 
  • และไม่เคยต้องโทษจำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่ทำโดยทุจริต (เว้นแต่พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี)
 

ตัวแทนไทยประกันชีวิต กับ นายหน้าประกันชีวิตแตกต่างกันอย่างไร

           ตัวแทนไทยประกันชีวิต คือ ตัวแทนที่ผ่านการสอบใบอนุญาตตัวแทน และขึ้นทะเบียนเป็นตัวแทนของบริษัทใดบริษัทหนึ่งสำหรับตัวแทนที่ขึ้นทะเบียนกับไทยประกันชีวิตจะได้รับใบอนุญาตและมีระบุบริษัทต้นสังกัดในใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิต 

            แต่สำหรับนายหน้าประกันชีวิตจะขึ้นทะเบียนโดยตรงกับหน่วยงานคอปอพและสามารถขายประกันได้หลายบริษัท ซึ่งโดยทั่วไปคนถือใบนายหน้าประกันชีวิตมักจะเป็นพนักงานธนาคารที่ทำหน้าที่แนะนำสินค้าให้กับลูกค้าผ่านช่องทางธนาคาร สำหรับผู้ที่ต้องการเป็นตัวแทนประกันชีวิตสังกัดบริษัทประกันชีวิตต่างๆต้องสอบใบตัวแทนประกันชีวิตเท่านั้น และขึ้นตรงกับบริษัทต้นสังกัด ไม่สามารถถือใบนายหน้าประกันชีวิตและตัวแทนประกันชีวิตพร้อมกันได้ 

       



บทวิเคราะห์ของ ผู้จัดการภาค ธิติวัฒน์ วัฒนพลไพศาล

จากประสบการณ์การทำงาน กว่า 20 ปี ในอาชีพตัวแทนประกันชีวิต ผมมองว่าอาชีพนี้เป็นมากกว่าตัวแทนประกันชีวิตแต่เราคือผู้วางแผนอนาคต วางแผนเศรษฐกิจครอบครัว ให้กับคนไทย วางแผนด้านภาษี ด้านประกันสุขภาพ และอาชีพนี้ยังสร้างความสำเร็จให้ใครหลายหลายคน หลายคนที่เข้าสู่อาชีพและเปลี่ยนชีวิตของตัวเองไปตลอดกาล

อาชีพตัวแทนไทยประกันชีวิตในยุคเปลี่ยนผ่าน (Transition Era)

การมองอาชีพตัวแทนประกันชีวิตในปัจจุบัน ไม่สามารถมองเพียงแค่ "นักขาย" ได้อีกต่อไป แต่ต้องมองในฐานะ "วิศวกรผู้ออกแบบความมั่นคงทางการเงิน" (Financial Stability Engineer)

1. จากระบบโรงงานสู่ระบบการเงินของมนุษย์ กระบวนการทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมเน้นการควบคุมคุณภาพ (QC) และการลดความเสี่ยง (Risk Management) อาชีพที่ปรึกษาทางการเงินก็ใช้หลักการเดียวกัน แต่เปลี่ยนจากเครื่องจักรมาเป็น "ชีวิตและครอบครัว" ของลูกค้า การออกแบบพอร์ตประกันสุขภาพ การคำนวณเงินเฟ้อเพื่อวางแผนเกษียณตั้งแต่อายุ 60 ถึง 85 ปี หรือการวางแผนลดหย่อนภาษี ล้วนต้องใช้ตรรกะ การวิเคราะห์ข้อมูล และความแม่นยำสูง

2. การยกระดับการทำงานด้วยเทคโนโลยี (Growth & Automation) ในยุคที่ข้อมูลมีมหาศาล การขับเคลื่อนทีมงานขนาด 30 คนให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน ต้องอาศัยระบบหลังบ้านที่แข็งแกร่ง การนำ Google Workspace, Web App หรือ Dashboard มาใช้ติดตามผลงาน ไม่เพียงแต่ช่วยลดงานเอกสาร แต่ยังทำให้ผู้บริหารเห็นจุดแข็งและจุดที่ต้องโค้ชชิ่งทีมงานได้อย่างตรงจุด การผสมผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับการทำงาน จะเป็นตัวตัดสินว่าทีมไหนจะเติบโตแบบก้าวกระโดด

3. วัฒนธรรมองค์กรคือแม่เหล็กดึงดูดคนรุ่นใหม่ คน Gen Y และ Gen Z ไม่ได้มองหาแค่งานที่ได้เงิน แต่พวกเขามองหา "คุณค่า" และ "พื้นที่เติบโต" การสร้างทีมภายใต้แนวคิด Friendship (มิตรภาพที่จริงใจ), Strive (ความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อ), Expertise (ความเชี่ยวชาญรู้จริง) และ Growth (การเติบโตอย่างต่อเนื่อง) คือรากฐานสำคัญที่จะหล่อหลอมให้คนรุ่นใหม่ก้าวขึ้นมาเป็นที่ปรึกษาทางการเงินมืออาชีพที่ลูกค้าไว้วางใจในระยะยาว

 

คำถามที่เกี่ยวกับบทความ
บทถามตอบ (Q&A): เจาะลึกอาชีพที่ปรึกษาทางการเงิน

Q1: อะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ตัดสินใจก้าวจากวิศวกรโรงงาน มาสู่วงการประกันชีวิต?
A: ตอนเป็นวิศวกร เราสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่จับต้องได้ แต่พอมาอยู่ในวงการประกันชีวิต เรากำลังสร้าง "โครงสร้างความปลอดภัยทางการเงิน" (Financial Safety Net) ที่มองไม่เห็นแต่สำคัญที่สุดในวันที่เกิดวิกฤต นอกจากนี้ อาชีพนี้ไม่มีเพดานรายได้และให้อิสระในการบริหารเวลา ซึ่งตอบโจทย์การสร้างชีวิตในระยะยาวมากกว่า

Q2: ความท้าทายที่สุดของตัวแทนประกันชีวิตยุคใหม่คืออะไร และจะก้าวผ่านได้อย่างไร?
A: ความท้าทายคือ "พฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไป" ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้นและมีความรู้มากขึ้น ตัวแทนจึงไม่สามารถใช้แค่ทักษะการพูดเพื่อปิดการขายได้อีกต่อไป วิธีแก้คือต้องยกระดับตัวเองสู่ความเชี่ยวชาญ (Expertise) ต้องรู้ลึกเรื่องภาษี เข้าใจกลไกค่ารักษาพยาบาล และสามารถใช้เครื่องมือดิจิทัลนำเสนอแผนภาพให้ลูกค้าเข้าใจง่ายที่สุด

Q3: สำหรับคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นอาชีพนี้ ควรโฟกัสที่จุดไหนเป็นอันดับแรก?
A: โฟกัสที่ "การแก้ปัญหาให้ลูกค้า" เป็นหลัก อย่าเพิ่งมองที่ยอดขาย ให้เริ่มต้นจากการเป็นผู้ฟังที่ดี (Friendship) วิเคราะห์ให้ขาดว่าลูกค้ากำลังกังวลเรื่องอะไร เช่น ภาระภาษี ค่าเทอมลูก หรือค่ารักษาพยาบาลยามเกษียณ เมื่อเราเข้าไปนั่งในใจลูกค้าและเสนอทางออกที่คุ้มค่าที่สุดได้ ยอดขายและการบอกต่อจะตามมาเอง

Q4: ในฐานะผู้บริหารทีม มองเป้าหมายในอนาคตของการสร้างทีมอย่างไร?
A: เป้าหมายหลักคือการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ของการทำงานที่สมบูรณ์แบบ ทั้งในด้านความรู้และเครื่องมือ เพื่อส่งต่อความสำเร็จและปั้นคนรุ่นใหม่ให้เป็นผู้บริหารที่เก่งกว่ารุ่นเรา พร้อมทั้งมีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่สมดุล เป็นความสำเร็จที่ส่งต่อได้จริง

 

 

 

 

 
เขียนโดย 

ธิติวัฒน์ วัฒนพลไพศาล 

ผู้บริหารตัวแทนไทยประกันชีวิต



"ผมเชื่อในการผสมผสานประสบการณ์เข้ากับพลังของคนรุ่นใหม่ ตลอด 20 ปีในธุรกิจประกันชีวิต ผมเปลี่ยนจากวิศวกรมาเป็นผู้สร้างทีม ปัจจุบันเป้าหมายสูงสุดของผมคือการถ่ายทอดความรู้ เพื่อปั้นพาร์ทเนอร์และผู้บริหารรุ่นใหม่ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และเป็นที่พึ่งพิงด้านการวางแผนชีวิตให้กับผู้คนได้จริง"



References